อักษรเบรลล์ (Braille)

อักษรเบรลล์ (Braille)

ถ้าเรามองไม่เห็น เราจะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างไร? ภาษาและตัวอักษรถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้เราได้จดบันทึก เรียนรู้ สื่อสารและยังใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน สำหรับคนที่เกิดมามองเห็นได้ปกติก็ต้องมีเรียนรู้ภาษา และอักษร เพื่อให้สามารถอ่านออก เขียนได้

ในผู้ที่มีความพิการทางสายตา หรือ ตาบอด ไม่ว่าจะโดยกำเนิดหรือเกิดความพิการขึ้นในภายหลังนั้นก็ต้องมีการเรียนรู้ภาษาและอักษร เพื่อที่ให้สามารถช่วยเหลือตนเองและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้

อักษร สำหรับ ผู้พิการทางสายตานั้นเชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยได้ยินชื่อกันมาอยู่แล้วแน่ๆ เลยค่ะ เพราะเจ้าอักษรชนิดนี้ มีชื่อว่า ‘อักษรเบรลล์(Braille)’

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้าอักษรเบรลล์ให้มากขึ้นกันค่ะ ว่าอักษรเบรลล์นั้นมีต้นกำเนิดและการใช้งานอย่างไร

อักษรเบรลล์นั้น ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย หลุยส์ เบรลล์(Louis Braille) ครูตาบอดชาวฝรั่งเศษ ซึ่งในตอนนั้นหลุยส์ เบรลล์ ได้คิดค้นอักษรเบรลล์ขึ้น โดยดัดแปลงมาจากการส่งข่าวทางทหารในช่วงเวลากลางคืน(night-writing) ซึ่งเป็นรหัส 12 จุด โดยหลุยส์ เบรลล์(Louis Braille) ได้มีการปรับให้เหลือเพียง 6 จุด แล้วอ่านโดยใช้นิ้วสัมผัสไปบนจุดเพื่อการแปลความ ในตอนหลังนายแพทย์โทมัส อาร์มิเทจ(Thomas Armitage) ได้มีการตีพิมพ์หนังสือ Braille’s System ทำให้อักษรเบรลล์ถูกนำมาใช้สำหรับการสื่อสารในผู้ที่มีความพิการทางสายตาอย่างแพร่หลาย

ในประเทศไทย ได้มีการนำอักษาเบรลล์เข้ามาใช้ในปี ค.ศ. 1993 โดยอาจารย์เจเนวีฟ คอลฟีลด์(Genevieve Caulfield) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอด และยังเป็นโรงเรียนสอนคนพิการแห่งแรกในประเทศไทยอีกด้วย โดยอาจารย์เจเนวีฟ คอลฟีลด์ ได้ร่วมมือกับนายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ในการกำหนดอักษรเบรลล์ภาษาไทยขึ้นมาค่ะ

อักษรเบรลล์นั้น จะถูกสลักลงกระดาษ ในลักษณะของจุดนูนเล็กๆ จำนวน 6 จุด เรียงกัน 2 แถวใน 1 ช่องเพื่อใช้แทนตัวอักษรตาดีหรือสัญลักษณ์อื่นๆ ซึ่งการเขียนอักษรเบรลล์นั้นต้องใช้ สเลต(Slate) และ ดินสอ(Stylus) สำหรับการพิมพ์อักษรเบรลล์ ต้องใช้เครื่องพิมพ์ที่เรียกว่า เบรลเลอร์ (Brailler)

ในปัจจุบันมีสินค้าหลายชนิด ที่มีตัวอักษรเบรลล์ สลักหรือแปะอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ เช่น ขวดโลชั่น ขวดสบู่ เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้เลือกใช้ได้ถูกนอกจากนี้ยังมีลิฟต์โดยสารสมัยใหม่จะมีการทำอักษรเบรลล์ไว้สำหรับผู้พิการทางสายเพื่อให้สามารถสัมผัสก่อนกดปุ่มและรู้ชั้นที่จะไปได้ หรือแม้แต่กระทั่งทางเท้าก็มีการทำเบรลล์บล็อก(Braille Block) ขึ้นเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้เดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกและรวดเร็วค่ะ

สนใจบริการ

เฝ้าไข้ที่บ้านและโรงพยาบาล #พาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล #ดูแลเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #บริการวางแผนสอนดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน#เปลี่ยนสายให้อาหาร#เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะที่บ้าน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : @unitynursingcare
Tel 📱: 063-526-5593
E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
Website 🌐 : www.unitynursingcare.com

วันคนพิการแห่งชาติ

ตรงกับวันเสาร์ สัปดาห์ที่ 2 เดือน พฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 13 พฤศจิกายน 64 ค่ะ
ซึ่งวันคนพิการแห่งชาตินี้ ได้ถูกกำหนดขึ้นโดย สภาคนพิการแห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ให้คนพิการได้พบปะ สังสรรค์ แสดงความสามารถ และนอกจากนี้ยังมีเพื่อให้คนพิการได้รู้จักนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยรักษา บรรเทาและฟื้นฟู เพื่อให้คนพิการสามารถอยู่รวมกับบุคคลอื่นในสังคมได้

โดยประเภทของความพิการนั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่

  1. พิการทางการมองเห็น
  2. พิการทางการได้ยิน
  3. พิการทางกายหรือทางการเคลื่อนไหว
  4. พิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม
  5. พิการทางสติปัญญาหรือการเรียนรู้
  6. พิการซ้ำซ้อน หมายถึง ผู้ที่มีความพิการมากกว่า 1 ลักษณะขึ้นไป

สัญลักษณ์ประจำวันคนพิการแห่งชาติ คือ ‘ดอกแก้วกัลยา’
ซึ่ง ดอกแก้วกัลยา นี้เป็นดอกไม้ประดิษฐ์ ที่ถูกทำขึ้นโดยคนพิการ ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ

สนใจบริการ

เฝ้าไข้ที่บ้านและโรงพยาบาล #พาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล #ดูแลเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #บริการวางแผนสอนดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน#เปลี่ยนสายให้อาหาร#เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะที่บ้าน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : @unitynursingcare
Tel 📱: 063-526-5593
E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
Website 🌐 : www.unitynursingcare.com

แฝดแท้ แฝดเทียม (Twins)

แฝดแท้ แฝดเทียม (Twins)

ใครเคยมีความคิดว่าเอ้ ‘ฉันอยากมีฝาแฝดบ้างจังเลยไหมคะ?’ ใครหลายคนเกิดมามีพี่น้อง และใครอีกหลายคนก็เกิดมาเป็นลูกคนเดียว แล้วทำไมคนเกิดมาแล้วมีฝาแฝดถึงมีจำนวนน้อยกว่าละ

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า
การเกิดมามีฝาแฝด นั้นเกิดจากอะไร

โดยปกติแล้วการปฏิสนธิจะเกิดขึ้นจากการที่ อสุจิ 1 ตัว เข้าไปผสมกับไข่ 1 ใบแล้วเกิดการพัฒนาขึ้นกลายเป็นตัวอ่อน(Embryo)

แต่การมีแฝดซึ่ง มีทั้งแฝดแท้และแฝดเทียม โดย

  • แฝดแท้(Identical Twins) เด็กจะเกิดมามีรูปร่างหน้าตา เหมือนกันทุกอย่าง และส่วนมากจะเป็นเพศเดียวกัน
  • แฝดเทียม(Fraternal Twins) เด็กที่เกิดมาอาจจะมีลักษณะคล้ายกัน หรือแตกต่างกันได้ โดยมีได้ทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศกัน

แฝดแท้(Identical Twins) เกิดจากการที่อสุจิ 1 ตัว ผสมกับไข่ 1 ฟอง แต่ในขั้นตอนของกระบวนการแบ่งตัวนั้น มีตัวอ่อนตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป โดยแฝดแท้จะใช้รกอันเดียวกันในการนำสารอาหารมาใช้ในการเจริญเติบโตระหว่างอยู่ในครรภ์มารดา

โดยแฝดเทียม(Fraternal Twins) เกิดจากการที่ อสุจิ 1 ตัว เข้าไปผสมกับ ไข่ 1 ใบ โดยในกรณีนี้เพศหญิงจะต้องมีการตกไข่มากกว่า 1 ใบ ทำให้เกิดการปฏิสนธิของอสุจิกับไข่มากกว่า 1 ใบขึ้นไป โดยหลังจากปฏิสนธิแล้ว ตัวอ่อนที่เจริญเติบโตจะมีรกคนละอันกันค่ะ

จะเห็นแล้วใช่ไหมคะว่าการเกิดแฝดแท้และการเกิดแฝดเทียมนั้นต่างกันอย่างไร แต่ถึงอย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นแฝดแท้ หรือแฝดเทียมความรักใคร่ ลักษณะนิสัย หรือบุคลิกนั้นล้วนมาจากการเลี้ยงดูเป็นสำคัญค่ะ

สนใจบริการ

เฝ้าไข้ที่บ้านและโรงพยาบาล #พาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล #ดูแลเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #บริการวางแผนสอนดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน#เปลี่ยนสายให้อาหาร#เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะที่บ้าน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : @unitynursingcare
Tel 📱: 063-526-5593
E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
Website 🌐 : www.unitynursingcare.com

การสำลัก

การสำลัก (Choking)

วันก่อนมีใครได้ตามข่าวที่มีผู้สูงอายุทานลูกชิ้น แล้วเกิดสำลัก ติดคอ ทำให้เกิดการเสียชีวิตตามมาบ้างคะ จากข่าวญาติที่ดูแลผู้ป่วยบอกว่าปกติจะตัดอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ผู้ป่วยทาน เนื่องจากผู้ป่วยเคี้ยวอาหารลำบาก มีฟันเหลือเพียง 3 ซี่ แต่วันนั้นผู้ป่วยแอบทานลูกชิ้นเองและญาติไม่เห็นจึงเกิดการสำลักขึ้นค่ะ

จากข่าวนี้เราจึงชวนทุกคนมาดูกันว่า การสำลัก (Choking) คืออะไรค่ะ
การสำลัก คือ การที่มีสิ่งแปลกปลอมลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจของเราค่ะ ไม่ว่าสิ่งแปลกปลอมนั้นจะเป็นของแข็งหรือของเหลวก็ตาม

เวลาที่เราดื่มน้ำ หรือทานอาหาร อาหารจากปากเราจะลงสู่หลอดอาหารจึงมักมีคำสอนจากผู้ใหญ่ว่า ‘อย่าคุยเวลากินข้าวเพราะจะสำลักอาหาร’ เพราะทำให้บางทีอาหารที่ควรจะลงสู่หลอดอาหาร หลุดเข้าไปที่หลอดลมทำให้เกิดการสำลักได้ค่ะ

และนอกจากนี้ในผู้สูงอายุจะมีการเคี้ยว การกลืนลดลง เนื่องจากผู้สูงอายุหลายท่านมีจำนวนซี่ฟันลดลง ทำให้เคี้ยวอาหารได้ไม่ละเอียด และเวลากลืนอาหารกลืนลำบาก ทำให้เกิดการสำลักได้เช่นกันค่ะ ดังนั้นอาหารสำหรับผู้สูงอายุควรจะเป็นอาหารที่นิ่ม อ่อน เคี้ยวง่าย และมีการตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเคี้ยวและการกลืนค่ะ

เรามาดูกันค่ะว่า หากเราเจอผู้ที่สำลัก เราต้องให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น อย่างไรค่ะ
การปฐมพยาบาลผู้ที่สำลัก สามารถทำได้โดย ‘การรัดกระตุกใต้กระบังลม(Abdominal thrusts/ Hiemlich maneuver) ’ โดยวิธีการ ดังนี้ค่ะ

  1. ผู้ช่วยเหลือไปยืนด้านหลังผู้สำลัก แจ้งผู้ที่สำลักให้กางขาออกให้มั่นคง ผู้ช่วยเหลือสอดขาข้างหนึ่งเข้าไปกลางหว่างขาของผู้สำลัก
  2. ผู้ช่วยเหลือวัดตำแหน่งการวางมือบนตัวผู้สำลักโดย ผู้ช่วยเหลือใช้นิ้วกลางแตะบริเวณสะดือ นิ้วโป้งกางออกใต้ลิ้นปี่ และนิ้วชี้กางออกกึ่งกลางระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วกลาง
  3. ผู้ช่วยเหลือกำมือวางที่ตำแหน่งนิ้วชี้
  4. ผู้ช่วยเหลือใช้มือที่วัดตำแหน่งออกมากุมรอบกำปั้นตนเอง
  5. ผู้ช่วยเหลือแจ้งผู้สำลักให้โน้มตัวไปด้านหน้า
  6. ผู้ช่วยเหลือทำการรัดกระตุกใต้กระบังลมเป็นชุด ชุดละ 5 ครั้ง ทำซ้ำจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกจากหลอดลม
    โดยการปฐมพยาบาลผู้สำลักในเด็กและเด็กทารกจะมีวิธีการที่ต่างกันออกไปค่ะ

แต่เมื่อเกิดการสำลักขึ้นนั้น การรีบให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากสมองคนเราสามารถขาดออกซิเจน 4 นาทีค่ะ หากสมองขาดออกซิเจนนานนั้นจะทำให้ผู้ที่สำลักเสียชีวิตได้ หรือหากมีการกู้ชีพให้กลับมามีชีวิตได้ก็อาจจะมีภาวะสมองตาย(Brain Death) และอยู่ในสภาวะเป็นผัก(Vegetative State) ได้ค่ะ

สนใจบริการ

เฝ้าไข้ที่บ้านและโรงพยาบาล #พาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล #ดูแลเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #บริการวางแผนสอนดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน
เปลี่ยนสายให้อาหารสายสวนปัสาสวะที่บ้าน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : @unitynursingcare
Tel 📱: 063-526-5593
E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
Website 🌐 : www.unitynursingcare.com

วิตามินอะไร ละลายในไขมันบ้าง?

สมัยเด็กๆ ตอนที่เราเรียนกันมา จำได้ไหมคะว่า วิตามินนั้น มีมากมายหลากหลายชนิด แต่วิตามินที่ละลายได้ในไขมันนั้นมีเพียง 4 ตัวเท่านั้นค่ะ ได้แก่ A D E K ค่ะ

ถ้าวิตามินมีแค่ 4 ตัวนี้ที่ละลายในไขมัน สงสัยกันไหมคะว่าแล้ววิตามินตัวอื่นๆ ละลายในอะไร คำตอบก็คือ… ละลายในน้ำค่ะ ซึ่งในร่างกายเราก็คือน้ำเลือดนั่นเอง

แล้ววิตามิน A D E K มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

🔹Vitamin A มักพบในน้ำมันตับปลา เครื่องในสัตว์ ไข่แดง ผักสีเหลือง สีส้ม เช่น ฟักทอง แครอท วิตามินเอมีส่วนช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตาค่ะ

🔹Vitamin D เป็นวิตามินที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เองเมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับแสงแดด หรือเราสามารถพบวิตามิน D ได้ในน้ำมันตับปลา ปลาแซลม่อน โดยวิตามิน D มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายและยังช่วยในเรื่องของการเสริมระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วยค่ะ

🔹Vitamin E พบได้ในน้ำมันพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ซึ่งวิตามิน E จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณ ต่อต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ

🔹Vitamin K พบในไข่แดง ผักใบเขียว น้ำมันมะกอก น้ำมันตับปลา วิตามิน K ทำหน้าที่ช่วยเรื่องกลไกการแข็งตัวของเลือดเมื่อเกิดบาดแผลค่ะ

จะเห็นกันแล้วใช่ไหมคะว่าวิตามินแต่ละชนิดให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเรารู้จักเลือกรับประทานผัก ผลไม้หรืออาหารที่กล่าวไปข้างต้น จะทำให้เราได้รับวิตามินเหล่านั้นเข้าร่างกายเราตามธรรมชาติค่ะ

บางคนอาจจะมีคำถามว่า กว่าจะได้รับวิตามินต่างๆ ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย ต้องไปเลือกซื้อเลือกหาอาหาร หรือกินอาหารหลากหลายชนิดขนาดนั้นก็คงทำได้ลำบาก ปัจจุบันจึงมีวิตามินเสริมของหลายยี่ห้อ ออกมาจำหน่ายสำหรับผู้ที่ต้องการได้รับวิตามินนั้นๆ ค่ะ

แต่อย่าลืมว่า วิตามิน ทานมากไปเกินความต้องการของร่างกายก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีค่ะ โดยเฉพาะวิตามินที่ละลายในไขมัน เพราะไม่สามารถขับออกทางปัสสาวะได้เหมือนวิตามินที่ละลายในน้ำ จะก่อให้เกิดพิษกับตับ ไตของเราได้นั่นเองค่า

สนใจรับบริการ

เฝ้าไข้ที่บ้านและโรงพยาบาล #พาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล #ดูแลเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #บริการวางแผนสอนดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : @unitynursingcare
Tel 📱: 063-526-5593
E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
Website 🌐 : www.unitynursingcare.com