🗓 ๑๓ เมษายน ๒๕๖๙  ·  วันผู้สูงอายุแห่งชาติ
🌼

ดอกลำดวนบาน
ใจลูกหลานยังรอ

ระลึกถึงคุณค่าของผู้สูงวัย ผู้ที่ถักทอชีวิตและรากของเราไว้อย่างเงียบงาม



เลื่อนลง

ทุกครั้งที่ลมร้อนของเดือนเมษายนพัดผ่านชายคาบ้านเก่า เราก็รู้ว่าสงกรานต์มาถึงแล้ว แต่ในวันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปีนั้น ยังมีอีกหนึ่งความหมายที่ลึกกว่าสายน้ำที่สาดรดกัน นั่นคือ “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” — วันที่เราหันกลับมามองคนที่สร้างเราขึ้นมา

ผู้สูงอายุคือห้องสมุดที่มีชีวิต ภายในร่างกายที่เดินช้าลง แฝงด้วยความทรงจำนับพันนับหมื่นเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสูตรอาหารที่ไม่มีในอินเทอร์เน็ต เรื่องเล่าของหมู่บ้านที่ถูกลืมเลือน หรือวิธีรับมือกับความเจ็บปวดที่ไม่มีในหนังสือเรียนเล่มใด

การศึกษาจากนิด้าโพล ปี ๒๕๖๙ พบว่าผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ยังมีสภาพจิตใจที่ดี และ “ครอบครัว” คือสิ่งที่ค้ำจุนจิตใจพวกเขามากที่สุด นั่นหมายความว่า ของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ผู้สูงวัยไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ยา แต่คือ “การอยู่ตรงนั้น” กับพวกเขา

เวลาคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ลูกหลานจะมอบให้แก่ผู้สูงวัย ไม่ใช่เพราะพวกเขาต้องการ แต่เพราะพวกเขาสมควรได้รับ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่รัฐบาลไทยเลือก “ดอกลำดวน” เป็นสัญลักษณ์ของวันผู้สูงอายุ ต้นลำดวนเป็นไม้ยืนต้นที่อายุยืน ใบเขียวตลอดปี ดอกสีเหลืองนวลมีกลิ่นหอมอ่อน กลีบแข็งแกร่งไม่ร่วงง่าย — เหมือนกับผู้สูงอายุที่ยืนหยัดผ่านพายุชีวิตมาอย่างเงียบงาม

ทุกรอยเหี่ยวบนใบหน้าคือบทกวีที่ไม่ได้เขียน ทุกเส้นผมขาวคือบทเรียนที่แลกมาด้วยประสบการณ์ เราจะตีค่าสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่ด้วยความเคารพและความรัก

🏡
ครอบครัวคือรากฐาน
ความอบอุ่นจากครอบครัวคือยาวิเศษที่สุดสำหรับจิตใจผู้สูงวัย
💧
รดน้ำขอพร
ประเพณีสงกรานต์ที่สื่อถึงความเคารพและการชำระล้างสิ่งไม่ดี
📖
ภูมิปัญญาชีวิต
ประสบการณ์หลายสิบปีที่ไม่มีในหนังสือเรียนเล่มใด

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” อย่างเต็มตัว จำนวนผู้ที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่สังคมต้องคิดไม่ใช่แค่ว่าจะ “ดูแล” ผู้สูงอายุอย่างไร แต่คือจะทำให้พวกเขา “มีส่วนร่วม” ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุขอย่างไร

ผู้สูงอายุหลายท่านยังพร้อมแบ่งปันพลังงานและภูมิปัญญา ไม่ว่าจะเป็นการสอนหนังสือ การทำงานฝีมือ การถ่ายทอดศิลปะวัฒนธรรม หรือเพียงแค่การนั่งเล่าเรื่องให้เด็กๆ ฟัง บทบาทเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าต่อสังคมอย่างมหาศาล

— บทกวี —

มือที่หยาบกร้านคือมือที่เคยสร้าง
หลังที่โค้งงอคือหลังที่เคยแบกรับ
ตาที่พร่าเลือนคือตาที่เคยเฝ้ามอง
ใจที่อ่อนล้าคือใจที่เต็มไปด้วยความรัก

อย่าให้ฤดูกาลของเขาผ่านไปเงียบๆ
โดยไม่มีเราอยู่ตรงนั้น

ในยุคที่ทุกคนยุ่งวุ่นวายกับจอสี่เหลี่ยม บางทีสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการที่สุดอาจเป็นแค่การที่เราวางโทรศัพท์ลง แล้วมองหน้าเขาจริงๆ สักครั้ง

ถามไถ่สุขภาพ นั่งฟังเรื่องเล่าสมัยเก่า ทำอาหารเมนูโปรดให้เขา หรือแม้แต่เพียงนั่งดูทีวีด้วยกันโดยไม่รีบร้อน สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้มีค่ามากกว่าของขวัญราคาแพงเสมอ

วันผู้สูงอายุแห่งชาติไม่ใช่แค่วันในปฏิทิน มันคือเสียงเตือนให้เราระลึกว่า ก่อนที่เราจะมาถึงวันนี้ได้ มีคนหนึ่งหรือหลายคนที่เดินนำหน้าเรามาตลอด

🌼

สุขสันต์วันผู้สูงอายุแห่งชาติ

ขอให้ผู้สูงวัยทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง จิตใจร่าเริง และรู้สึกได้ถึงความรักจากคนรอบข้างตลอดไป

การทำความสะอาดช่องปากผู้ป่วยติดเตียง (Oral Hygiene)

หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่อผู้ป่วยติดเตียงทานอาหารได้น้อยหรือไม่ได้รับประทานอาหารทางปากแล้ว (เช่น ให้ทางสายยาง) ความสะอาดในช่องปากอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ในความเป็นจริง “ช่องปากคือประตูด่านแรกสู่ปอด” การไม่ทำความสะอาดช่องปาก อาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบที่รุนแรงได้ค่ะ

ทำไมต้องดูแลช่องปากผู้ป่วยติดเตียงเป็นพิเศษ?
ลดความเสี่ยงปอดอักเสบ: ลดจำนวนแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำลาย กรณีผู้ป่วยมีการสำลักน้ำลายลงสู่ปอด

ป้องกันแผลในปาก: ปากที่แห้งและสกปรกทำให้เกิดเชื้อราและแผลอักเสบได้ง่าย

ส่งเสริมความอยากอาหาร: สำหรับผู้ป่วยที่ยังทานได้ ปากที่สะอาดจะช่วยให้รับรสชาติอาหารได้ดีขึ้น

คุณภาพชีวิตที่ดี: ลดกลิ่นปาก ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นและมั่นใจเวลาพูดคุย

ขั้นตอนการทำความสะอาดช่องปาก

  1. การเตรียมตัวและจัดท่า
  • จัดท่า: หากผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ให้หนุนหมอนสูง (ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน) หรือตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อป้องกันการสำลัก
  • ใช้ไฟฉายส่องสำรวจภายในช่องปากว่ามีแผล หรือมีคราบอาหารในช่องปากหรือไม่
  1. อุปกรณ์ที่ต้องใช้
  • แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่ม (หรือแปรงสีฟันสำหรับเด็ก)
  • ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ (ใช้ปริมาณน้อยมากเพียงเมล็ดถั่วเขียว)
  • ผ้าก๊อซ และไม้พันสำลี (Gauze swab)
  • น้ำสะอาด หรือน้ำเกลือ (NSS)
  • สารให้ความชุ่มชื้นที่ริมฝีปาก เช่น วาสลีน
  1. ขั้นตอนการแปรงฟันและเช็ดปาก
  • กรณีพอแปรงฟันได้: ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มแปรงเบาๆ ให้ครบทุกซี่ รวมถึงลิ้น โดยใช้ “น้ำน้อยที่สุด” เพื่อกันสำลัก
  • กรณีไม่สามารถแปรงฟันได้: 1. ใช้ผ้าก๊อซพันนิ้วหรือไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือบีบหมาดๆ 2. เช็ดให้ทั่วทั้งฟันกระพุ้งแก้ม เพดานปาก เหงือก และลิ้น 3. เปลี่ยนผ้าก๊อซบ่อยๆ จนกว่าจะสะอาด
  • เช็ดคราบขาวบนลิ้น: ค่อยๆ เช็ดจากโคนลิ้นมาที่ปลายลิ้นอย่างเบามือ
  1. การดูแลหลังทำความสะอาด
  • ใช้ก๊อซชุบน้ำเช็ดคราบยาสีฟันหรือเศษอาหารออกให้หมด
  • เพิ่มความชุ่มชื้น: ผู้ป่วยติดเตียงมักปากแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาริมฝีปากเพื่อป้องกันปากแห้งแตก
  • ดูแลฟันปลอม: หากผู้ป่วยใส่ฟันปลอม ต้องถอดออกมาล้างทำความสะอาดทุกวัน และแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ในเวลากลางคืน ไม่ควรใส่เวลานอน
  • สังเกตแผล: หากพบฝ้าขาวหนา (เชื้อรา) หรือมีแผลเลือดออกผิดปกติ ควรปรึกษาทันตแพทย์

สรุป การเสียเวลาเพียง 5-10 นาทีในตอนเช้าและก่อนนอน เพื่อดูแลช่องปากให้ผู้ป่วยติดเตียง คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต “เพราะปากที่สะอาด เป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพกายที่ดีค่ะ”

สนใจบริการ

บริการเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #เปลี่ยนสายให้อาหารสายที่บ้าน #บริการเปลี่ยนสายสวนคาปัสสาวะที่บ้าน #บริการสอนการดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : @unitynursingcare
Tel 📱: 063-526-5593
E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
Website 🌐 : www.unitynursingcare.com

5 วิธี ดูแลผู้ป่วยติดเตียงฉบับมือใหม่

การดูแลผู้ป่วยติดเตียง (Bedridden Patient) ไม่ได้เป็นเพียงการทำหน้าที่ดูแลร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว สำหรับผู้ดูแลมือใหม่ บทความนี้จะช่วยสรุปหัวใจสำคัญ 5 ด้านในการดูแลเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ป่วยสบายกาย และผู้ดูแลคลายกังวลค่ะ

1. การป้องกันแผลกดทับ (Pressure Sore)
นี่คือปัญหาอันดับหนึ่งที่ต้องระวัง เพราะหากเกิดขึ้นแล้วจะรักษายากและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

    • พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมง : ไม่ควรให้ผู้ป่วยนอนท่าเดิมนานเกินไป ควรจัดท่านอนหงาย นอนตะแคงสลับกัน
    • ใช้อุปกรณ์เสริม : ใช้ที่นอนลมเพื่อกระจายแรงกดทับ หรือใช้หมอนนุ่มๆ รองบริเวณปุ่มกระดูก เช่น ตาตุ่ม เข่า และก้นกบ
    • ดูแลผิวหนัง: หมั่นตรวจเช็กผิวหนังว่ามีรอยแดงหรือไม่ และทาโลชั่นเพื่อไม่ให้ผิวแห้งแตก /ทาวาสลีนตามปุ่มกระดูก

    2. การดูแลความสะอาดและสุขอนามัย
    ร่างกายที่สะอาดช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อและทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่น

      • การเช็ดตัว: หากผู้ป่วยอาบน้ำไม่ได้ การเช็ดตัวด้วยน้ำเป็นประจำทุกวันถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะจุดอับชื้น
      • ช่องปาก: แปรงฟันหรือใช้ก๊อซสะอาดชุบน้ำเกลือเช็ดเหงือกและฟัน เพื่อป้องกันปอดอักเสบจากการสำลักเชื้อโรคในปาก
      • การขับถ่าย: เปลี่ยนแพมเพิสทันทีหลังมีการขับถ่าย อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะความอับชื้นจะทำให้ผิวหนังระคายเคืองเกิดแผลได้

      3. อาหารและโภชนาการ
      ผู้ป่วยติดเตียงมักมีระบบเผาผลาญและระบบย่อยที่ทำงานช้าลง

        • สารอาหารครบถ้วน: เน้นโปรตีนเพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและป้องกันแผลกดทับ
        • ป้องกันการสำลัก: จัดท่าให้ผู้ป่วยนั่งหรือหนุนหมอนสูงอย่างน้อย 45 องศาขณะรับประทานอาหาร และคงท่านั้นไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนให้นอนราบ
        • น้ำดื่ม: ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ลดอาการท้องผูก

        4. การทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น
        เพื่อป้องกันภาวะข้อติด (Joint Stiffness) และกล้ามเนื้อลีบ

          • ยืดเหยียด: ช่วยผู้ป่วยขยับข้อต่อต่างๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า เข่า และไหล่ อย่างเบามือ
          • กระตุ้นการเคลื่อนไหว: หากผู้ป่วยพอมีแรง ให้ลองฝึกกำมือ-แบมือ หรือยกขาเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

          5. สุขภาพจิตและสภาพแวดล้อม
          สภาพจิตใจส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพกาย

            • พูดคุยสม่ำเสมอ: อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยว ชวนคุย เล่าเรื่องราวภายนอก หรือเปิดเพลง/โทรทัศน์ที่เขาชอบ
            • แสงสว่างและอากาศ: จัดห้องให้อากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงแดดส่องถึงในตอนกลางวัน เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้ความแตกต่างของวันเวลา

            😊 ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ผู้ดูแลเองก็ต้องดูแลสุขภาพกายและใจของตนเองด้วยเช่นกัน อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัวหรือปรึกษาแพทย์เมื่อพบความผิดปกติของผู้ป่วย

            สรุป การดูแลผู้ป่วยติดเตียงต้องอาศัยทั้ง “ศาสตร์” คือความรู้ในการดูแลที่ถูกต้อง และ “ศิลป์” คือความอดทนและความรัก ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ ☺️

            สนใจบริการ

            บริการเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #เปลี่ยนสายให้อาหารสายที่บ้าน #บริการเปลี่ยนสายสวนคาปัสสาวะที่บ้าน #บริการสอนการดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน

            ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
            Line : @unitynursingcare
            Tel 📱: 063-526-5593
            E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
            Website 🌐 : www.unitynursingcare.com

            โรคพาร์กินสัน’ (Parkinson’s Disease) ภัยเงียบที่ไม่ได้มีแค่อาการ ‘มือสั่น’

            หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพจำของ ‘โรคพาร์กินสัน’ ว่าคือโรคที่ทำให้มีอาการมือสั่น แต่จริงๆ แล้ว โรคนี้มีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่านั้น และเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบข้างไม่น้อย

            วันนี้เรามาทำความเข้าใจโรคนี้ให้มากขึ้นกันนะคะ เพื่อการสังเกต ดูแล และรับมือได้อย่างถูกต้องค่ะ

            🧠 โรคพาร์กินสัน คืออะไร?
            โรคพาร์กินสัน คือ โรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะเซลล์สมองในส่วนที่สร้างสาร ‘โดปามีน’ (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย

            เมื่อสารโดปามีนลดน้อยลง สมองจึงไม่สามารถสั่งการให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างปกติเหมือนเดิมค่ะ

            🔍 4 สัญญาณเตือนหลัก ที่ควรสังเกต
            แม้ว่าอาการสั่นจะเป็นอาการเด่น แต่ผู้ป่วยพาร์กินสันไม่จำเป็นต้องมีอาการสั่นทุกคน และยังมีอีก 3 อาการหลักที่สำคัญ ได้แก่:

            • อาการสั่น มักเกิดขึ้นขณะพัก หรืออยู่นิ่งๆ (เช่น นั่งดูทีวี วางมือบนตัก) ส่วนใหญ่จะเริ่มเป็นที่มือข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วค่อยเป็นทั้งสองข้าง
            • เคลื่อนไหวช้า เป็นอาการสำคัญมาก! ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าร่างกายอืดอาด ทำอะไรช้าลง เช่น ลุกนั่งลำบาก, ก้าวเท้าสั้นๆ, เขียนหนังสือตัวเล็กลง, หรือใบหน้าดูไร้อารมณ์ (หน้ากากพาร์กินสัน)
            • อาการเกร็ง กล้ามเนื้อจะแข็งเกร็ง ทำให้รู้สึกตึง เวลายืดเหยียดแขนขา จะรู้สึกมีแรงต้านเป็นจังหวะ
            • การทรงตัวไม่ดี เป็นอาการที่มักเกิดในระยะหลังของโรค ผู้ป่วยจะทรงตัวได้ไม่ดี หกล้มง่าย โดยเฉพาะเวลาหมุนตัวหรือเปลี่ยนท่าทาง

            ❓ ใครคือกลุ่มเสี่ยง?
            ผู้สูงอายุ: เป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ส่วนใหญ่มักพบในคนอายุ 60 ปีขึ้นไป

            • เพศ: พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย
            • พันธุกรรม: หากมีคนในครอบครัวเป็น ก็อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
            • สิ่งแวดล้อม: การสัมผัสสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน (เช่น ยาฆ่าแมลง) อาจเพิ่มความเสี่ยงได้

            ❤️ การรักษาและดูแล: ไม่หายขาด แต่ควบคุมได้
            ปัจจุบัน โรคพาร์กินสันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่:

            • การใช้ยา: เพื่อเพิ่มระดับสารโดปามีนในสมอง หรือกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยควบคุมอาการได้ดี
            • กายภาพบำบัด: สำคัญมาก! ช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหว การทรงตัว การพูด และการกลืน
            • การผ่าตัด (ในบางราย): เช่น การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นสมองส่วนลึก หากการใช้ยาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

            💪 ส่งต่อความเข้าใจและกำลังใจ
            โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่ต้องต่อสู้ในระยะยาว ไม่เพียงแต่ผู้ป่วยเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ดูแลด้วย

            สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความเข้าใจ” และ “กำลังใจ” จากคนรอบข้าง หากสังเกตเห็นคนในครอบครัวมีอาการที่น่าสงสัย อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาท เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโดยเร็วที่สุดค่ะ

            สนใจบริการ

            บริการเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #เปลี่ยนสายให้อาหารสายที่บ้าน #บริการเปลี่ยนสายสวนคาปัสสาวะที่บ้าน #บริการสอนการดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน

            ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
            Line : @unitynursingcare
            Tel 📱: 063-526-5593
            E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
            Website 🌐 : www.unitynursingcare.com

            โรคพาร์กินสัน #Parkinsons #สุขภาพผู้สูงอายุ #มือสั่น #เคลื่อนไหวช้า #โดปามีน #ความรู้สุขภาพ #ดูแลผู้สูงอายุ

            มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)

            มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)

            ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) เป็นต่อมไร้ท่ออยู่บริเวณโคนอวัยวะเพศชาย มีหน้าที่สร้างน้ำเมือกที่ช่วยในการหล่อเลีเยงอสุจิ โดยต่อมลูกหมากจะมีขนาดโตขึ้นตามอายุ จึงทำให้ในผู้สูงอายุที่ต่อมลูกหมากโต จนไปสามารถกดเบียดท่อปัสสาวะ จนทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบากตามมาได้ค่ะ

            มะเร็งต่อมลูกหมาก(Prostate cancer) เป็นเซลล์มะเร็งที่เติบโตอย่างช้าๆ ที่ต่อมลูกหมาก ซึ่งมะเร็งต่อมลูกหมากจะพบมากในเพศชายอายุมากกว่า 50 ปี

            ซึ่งมะเร็งต่อมลูกหมาก สามารถแพร่โดยการลุกลามเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือโดยการกระจายตัวผ่านทางกระแสเลือดและทางระบบน้ำเหลือง และนอกจากนี้ยังสามารถแพร่ไปยังกระดูก ปอด ตับและไตได้อีกด้วย

            สาเหตุของมะเร็งต่อมลูกหมากยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ มีดังนี้

            1. อายุที่มากขึ้น
            2. สัมผัสสารพิษจากโลหะหนัก
            3. การสูบบุหรี่
            4. ประวัติการมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

            การประเมิน

            1. ในระยะเริ่มต้นผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากจะไม่มีอาการ
            2. เมื่อคลำทางทวารหนักจะรู้สึกถึงก้อนแข็ง ขนาดประมาณเม็ดถั่ว มีรูปร่างผิดปกติ
            3. มีปัสสาวะเป็นเลือด ไม่เจ็บ
            4. อาการในระยะลุกลาม คือ น้ำหนักลด มีอาการปัสสาวะลำบาก ปวดกระดูกบริเวณเอวและกระเบนเหน็บลงไปที่ขา มักมีติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

            หากคุณผู้ชายท่านใด หากมีอาการข้างต้น แนะนำว่าต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและหาสาเหตุต่อค่ะ เพราะหากพบได้เร็วจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งวิธีการรักษามีทั้งแบบไม่ผ่าตัดและแบบผ่าตัดค่ะ

            สนใจบริการ

            บริการเจาะเลือดที่บ้าน #บริการทำแผลที่บ้าน #เปลี่ยนสายให้อาหารสายที่บ้าน #บริการเปลี่ยนสายสวนคาปัสสาวะที่บ้าน #บริการสอนการดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุที่บ้าน

            ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
            Line : @unitynursingcare
            Tel 📱: 063-526-5593
            E-mail 📩: unitynursingcare@gmail.com
            Website 🌐 : www.unitynursingcare.com